สิ่งแวดล้อม

เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2030

SBF ส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมในนามของ Suntory Group ในฐานะบริษัทที่รับประโยชน์จากของขวัญจากธรรมชาติ เราเชื่อว่าเรามีบทบาทสำคัญต่อการรับผิดชอบและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมแห่งความยั่งยืน และเราได้ปรับใช้เป้าหมายแห่งสิ่งแวดล้อมใหม่สำหรับปี 2030 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นดังกล่าว

1. น้ำ

การใช้น้ำระดับโลกในโรงงาน SBF ลดลง 15%*1

• เราจะลดระดับการใช้น้ำเพื่อทำความสะอาดสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก บรรจุภัณฑ์ และระบบทำความเย็นในโรงงานของเรา และเราจะนำน้ำมาใช้ซ้ำโดยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

*1 การลดลงต่อหน่วยการผลิตอิงตามหน่วยธุรกิจเมื่อปี 2015

2. CO2

การปล่อยก๊าซ CO2 ระดับโลกจากโรงงงาน SBF ลดลง 25%*2

การปล่อยก๊าซ CO2 ระดับโลกจากห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของเรานอกเหนือจากโรงงาน SBF ลดลง 20%*2

• เราจะลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์และเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุจากพืช

• เราจะนำเสนอตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่ประหยัดพลังงานที่สุดจากญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

*2 การลดลงต่อหน่วยการผลิตอิงตามการแบ่งส่วนธุรกิจเมื่อปี 2015

เป้าหมายของการลดระดับ CO2 ของ SBF ได้รับการรับรองว่าเป็น “เป้าหมายพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (SBT)”

เป้าหมายการลดระดับก๊าซเรือนกระจกของ Suntory Beverage & Food Ltd. ได้รับการรับรองจากโครงการเป้าหมายพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์* นี่หมายความว่าเป้าหมายการลดระดับ CO2 ที่ SBF ได้ตั้งไว้เมื่อไม่นานมานี้ตรงตามพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นผลสัมฤทธิ์แห่งเป้าหมาย “2℃” ที่จัดตั้งขึ้นในความตกลงปารีส

*โครงการเป้าหมายพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นการจัดตั้งร่วมกันในปี 2015 โดยองค์กรสี่แห่งภายใต้โครงการการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน (CDP), ข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ, สถาบันทรัพยากรแห่งโลก (WRI) และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) โดยเป็นการส่งเสริมผลสัมฤทธิ์แห่งเป้าหมายเหล่านี้ผ่านหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นการยับยั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศจากระดับที่เป็นอยู่ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เหลือต่ำกว่า 2℃

โครงการนำร่องเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด

SBF Group จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบไปจนถึงการผลิต การขนส่ง การขาย และการรีไซเคิล

เริ่มลดการใช้น้ำและการปล่อยก๊าซ CO2 ในการผลิต

เราใช้น้ำในปริมาณมากเพื่อทำความสะอาดและลดความร้อนของอุปกรณ์การผลิตในโรงงานของเรา เราจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการใช้แหล่งทรัพยากรอันมีจำกัดอย่างรับผิดชอบตามหลัก “3R"—Reduce (ลด), Reuse (ใช้ซ้ำ), Recycle (รีไซเคิล)—เพื่อการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆ แง่ของการดำเนินการ มาตรการเพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซ CO2 ได้แก่ การนำความร้อนจากแหล่งผลิตพลังงานภายในโรงงานมาใช้ซ้ำ และการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซ CO2 ลดลง

ลำดับขั้นการใช้น้ำ

ที่โรงงาน Suntory Products Limited Minami-Alps Hakushu Water Plant ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อหน่วยการผลิตได้มีการปรับเป็นระดับต่ำสุดในอุตสาหกรรม ผ่านวิธีการหมุนเวียนขั้นสูงและการใช้อุปกรณ์ซ้ำ อีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายในโรงงานคือการกักเก็บน้ำฝนในแทงก์เพื่อทดแทนน้ำที่ใช้ในโรงงาน และเพื่อลดอุณหภูมิให้กับอุปกรณ์ปรับอากาศ

การใช้พลังงานที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซ CO2 ในระดับต่ำ

เรากำลังเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากน้ำมันไปเป็นเชื้อเพลิงที่มีระดับการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อหน่วยความร้อนต่ำ ดังเช่น ก๊าซในเมืองและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เรายังใช้พลังงานไฟฟ้าจากธรรมชาติที่โรงงานต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศส

การเร่งการเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน

เราเลือกใช้งานพลังงานทดแทนหลากหลายรูปแบบที่โรงงาน SBF Group ซึ่งได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ หิมะและน้ำแข็ง มวลชีวภาพ และระบบไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก โรงงาน Suntory Products Limited Minami-Alps Hakushu Water Plant มีกำลังในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์สูงที่สุดเมื่อเทียบกับโรงงานอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เมื่อใช้แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยกำลังผลิตประมาณ 490kW เพื่อสำรองพลังงานบางส่วนที่ใช้ในโรงงาน ทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ที่โรงงานได้เฉลี่ยถึง 205 ตันต่อปี เทียบกับการใช้ไฟฟ้าที่ซื้อจากบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า

กลยุทธ์ “2R+B” สำหรับขวด PET

ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ SBF Group จะวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในบรรจุภัณฑ์ เรายังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลมาจากพัสดุและบรรจุภัณฑ์ เรานำกลยุทธ์ “2R+B” สำหรับขวด PET อันเป็นเอกลักษณ์มาปรับใช้เพื่อเป็นรากฐานของความพยายามในการพัฒนาบรรจุัณฑ์ที่คำนึงถึงทั้งสิ่งแวดล้อมและการใช้งาน จากการใช้พลาสติกในปริมาณที่ลดลงและหันมาใช้วัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลและผลิตจากพืช ทำให้เราได้มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกับลดระดับการปล่อยก๊าซ CO2 ควบคู่กันไปด้วย

ด้านบนสุด
ของหน้า